Personalized Marketing คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับการขายของออนไลน์ในยุคนี้?
Personalized Marketing กลยุทธ์การตลาดยุคดิจิทัลที่คนทำธุรกิจออนไลน์ไม่ควรพลาด ทำความรู้จักกันแบบเต็มๆ พร้อมศึกษาตัวอย่างและขั้นตอนการทำง่ายๆ ได้ที่นี่!
%20(1).webp)
Personalized Marketing คือกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญอย่างหนึ่งในยุคที่ธุรกิจออนไลน์กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างเช่นในปัจจุบัน เพราะธุรกิจต่างก็ต้องแข่งขันเพื่อดึงดูดใจลูกค้าให้ได้มากขึ้น และ Personalized Marketing หรือ การตลาดแบบเฉพาะบุคคล หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ก็ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น แต่คำถามคือ Personalized Marketing คืออะไร และทำไมการตลาดแบบนี้ถึงมีความสำคัญในยุคดิจิทัล? บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานจนถึงวิธีการนำไปใช้ในธุรกิจออนไลน์ของคุณ
Personalized Marketing คืออะไร?
Personalized Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการปรับแต่งข้อความ สินค้า หรือบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคนโดยเฉพาะ จึงเรียกว่าการตลาดเฉพาะบุคคล โดยกลยุทธ์การตลาดประเภทนี้อาศัยข้อมูลเชิงลึก (Insights) ที่ได้จากการวิเคราะห์พฤติกรรม การใช้งาน หรือความชื่นชอบของลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและตรงใจลูกค้าที่สุด
ตัวอย่าง Personalized Marketing ที่เราพบเห็นได้ในปัจจุบันก็มีมากมาย เช่น การแนะนำสินค้าในอีเมลตามการค้นหาสินค้าก่อนหน้านี้ หรือการแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับความสนใจเฉพาะตัวของผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดีย เป็นต้น
ข้อดีของ Personalized Marketing
ในส่วนของข้อดีในการทำ Personalized Marketing หรือ การตลาดเฉพาะบุคคล นั้นเราสามารถแบ่งเป็น 4 ข้อหลักๆ ดังนี้:-
1. เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
การสื่อสารหรือเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคลช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์หรือร้านใส่ใจและเข้าใจพวกเขา ส่งผลให้เกิดความประทับใจและความไว้วางใจต่อแบรนด์หรือร้านค้านั้นๆ
2. เพิ่มโอกาสในการขาย
การนำเสนอสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคนสามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของร้านได้ง่ายขึ้น เพราะหากคุณมัวแต่นำเสนอสินค้าหรือบริการเดียวกันให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม แต่ไม่ตรงกับความต้องการหรือความชอบของลูกค้าแล้ว โอกาสในการขายก็จะไม่ได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการตลาดแบบ Personalized Marketing จึงมีส่วนสำคัญที่เข้ามาช่วยในส่วนนี้
3. ลดค่าใช้จ่ายในการตลาด
การส่งข้อความที่ตรงกลุ่มเป้าหมายช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการโฆษณาที่ไม่ตรงจุด และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ ช่วยให้แคมเปญการตลาด การยิงแอด Facebook ไอจี และช่องทางต่างๆ ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนหรือ ROI (Return on Investment) ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น
4. สร้างความภักดีต่อแบรนด์
เมื่อลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองได้รับการดูแลและสัมผัสถึงความใส่ใจที่แบรนด์หรือร้านมีให้ คุณก็จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างลูกค้าและแบรนด์หรือร้านของคุณได้ และความใส่ใจที่ว่านี้ก็เริ่มจากการรู้ว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มต้องการหรือชื่นชอบสินค้าและบริการประเภทไหนนั่นเอง
เทคโนโลยีที่ใช้ใน Personalized Marketing
ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าการทำ Personalized Marketing หรือ การตลาดเฉพาะบุคคล อย่างมีประสิทธิภาพนั้นสามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือที่หลากหลาย ซึ่งที่เราเห็นกันได้แบบชัดๆ เลยก็คือ
1. AI และ Machine Learning
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่าง AI และ Machine Learning ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเพื่อหาแนวโน้มและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ซึ่งก็มีหลายแพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยีนี้มาช่วยให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์สามารถตอบแชทลูกค้าและให้บริการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่าง Zaapi เองก็มีฟีเจอร์แชทบอท AI ที่ช่วยตอบแชทลูกค้าโดยอัตโนมัติและฟีเจอร์AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่เข้าถึงทุกข้อมูล ถาม-ตอบ ลูกค้า สามารถวิเคราะห์ข้อมูล สรุปบทสนทนา และให้คำตอบที่แม่นยำให้กับลูกค้าได้ในทันที
2. Customer Data Platform (CDP)
Customer Data Platform (CDP) หรือ ระบบที่ช่วยรวบรวมและจัดการข้อมูลลูกค้าจากหลายแหล่ง เพื่อให้ได้มุมมองที่ครบถ้วนเกี่ยวกับลูกค้าแต่ละราย หรือแม้กระทั่งระบบจัดการแชทหรือโปรแกรมรวมแชทจากทุกช่องทางการขายของคุณก็ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมความสนใจของลูกค้าจากแต่ละช่องทางและนำมาวิเคราะห์เทรนด์ความสนใจของลูกค้า อัตราการตอบแชทของแอดมิน และอีกมากมาย ช่วยให้คุณสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาสินค้าและบริการได้ในลำดับถัดไป
3. Marketing Automation
Marketing Automation คือการตลาดอัตโนมัติโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วยส่งข้อความอัตโนมัติ เช่น อีเมลหรือข้อความแจ้งเตือน, แชทบอทข้อความต้อนรับลูกค้า, ข้อความตอบกลับนอกเวลาทำการ, ข้อความตอบกลับเมื่อปิดแชท หรือแม้กระทั่งการติดตามพฤติกรรมของลูกค้า เมื่อคุณสามารถตั้งค่าได้อย่างเหมาะสมก็จะสามารถเริ่มต้นทำ Personalized Marketing ได้แบบง่ายๆ
4. Dynamic Content
Dynamic Content คือ การปรับเปลี่ยนเนื้อหาบนเว็บไซต์หรือโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งานในเวลานั้นๆ เป็นการทำการตลาดเฉพาะบุคคลที่เราพบเห็นได้โดยทั่วไป เช่น การนับถอยหลังสำหรับโปรโมชั่นหรืออีเว้นต์ การแนะนำสินค้าที่ลูกค้าอาจชื่นชอบ หรือแนะนำสินค้ามิกซ์แอนด์แมตช์กับสินค้าที่ลูกค้ากำลังสนใจ เป็นต้น หรือจะถ้าเอาให้เห็นแบบชัดๆ เลยก็จะเป็นฟีด Facebook ไอจี และ TikTok ของเรานี่แหละ เพราะแต่ละแพลตฟอร์มจะโชว์เฉพาะเนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนอยู่แล้ว
ตัวอย่างการนำ Personalized Marketing ไปใช้ในธุรกิจ
- อีคอมเมิร์ซ เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์สามารถแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ลูกค้าเคยดูหรือเคยซื้อ
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งข้อเสนอพิเศษสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่ลูกค้าเคยค้นหาหรือกิจกรรมที่ลูกค้าเคยสนใจ เช่น แพ็คเกจตั๋วเครื่องบินและโรงแรม หรือแพ็คเกจโรงแรมพร้อมกิจกรรม เป็นต้น
- ธุรกิจบริการ ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อเสนอแพ็คเกจที่เหมาะสม เช่น แพ็คเกจออกกำลังกายที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละราย แพ็คเกจสปา หรือแพ็คเกจทำสีและทรีทเม้นต์ผม เป็นต้น
- คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย การแสดงโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ปรับแต่งตามพฤติกรรมของผู้ใช้งาน เช่น จากการกดไลค์ การคอมเมนต์ หรือการแชร์เนื้อหา เมื่อแสดงเนื้อหาที่ใกล้เคียงก็จะเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการของคุณได้มากขึ้น
ขั้นตอนการทำ Personalized Marketing ที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับการทำการตลาดเฉพาะบุคคลหรือ Personalized Marketing ให้มีประสิทธิภาพนั้นก็สามารถทำได้ดังนี้:-
1. เก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้า
เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ, อายุ, ความสนใจ และข้อมูลพฤติกรรม เช่น ประวัติการซื้อ เป็นการทำ Personalized Marketing ที่จะช่วยให้คุณสามารถกำหนดเป้าหมายในการทำโฆษณาและติดตามลูกค้าในช่องทางต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
2. วิเคราะห์ข้อมูล
ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจลูกค้าและแบ่งกลุ่มเป้าหมาย หรือหากเป็นการตอบแชทลูกค้า คุณก็สามารถติดแท็กแชทอัตโนมัติผ่านคีย์เวิร์ด เช่น ลูกค้าใหม่เพื่อช่วยให้แบ่งกลุ่มลูกค้าที่สอบถามเข้ามาได้อย่างรวดเร็วและนำไปสร้างฐานข้อมูลลูกค้าให้แอดมินบริการลูกค้าได้ทันที โดยวิธีนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดแท็กอัตโนมัติผ่านคีย์เวิร์ด
3. สร้างคอนเทนต์เฉพาะบุคคล
การทำ Personalized Marketing ช่วยให้ออกแบบข้อความ, เนื้อหา, โฆษณา หรือข้อเสนอที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ ช่วยให้แบรนด์หรือร้านเข้าถึงลูกค้าได้อย่างถูกวิธีและตรงจุดยิ่งขึ้น เพราะการตลาดในยุคปัจจุบันไม่มีคำว่า “One Size Fits All.” เนื่องจากกลยุทธ์นี้เป็นการตลาดใช้การสื่อสารแบบเดียวกับลูกค้าทุกกลุ่มและทุกแพลตฟอร์ม ถือเป็นการตลาดที่กว้างเกินไปและไม่ได้ผลมากนักในปัจจุบัน
4. วัดผลและปรับปรุง
เมื่อทำการตลาดแบบ Personalized Marketing ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มและแต่ละบุคคลไปแล้ว คุณก็ต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบประสิทธิภาพของแคมเปญและปรับปรุงเนื้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้นในการทำแคมเปญต่อๆ ไป เช่น อาจจะเป็นการปรับโปรโมชั่น ปรับรูปภาพโฆษณา ปรับข้อความ หรือปรับปรุงสินค้าและบริการ เป็นต้น
พร้อมยกระดับธุรกิจของคุณด้วย Personalized Marketing หรือยัง?
Personalized Marketing ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงในการเข้าถึงลูกค้าในยุคดิจิทัลและการทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน ด้วยการปรับแต่งเนื้อหาและข้อเสนอให้ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล การนำ Personalized Marketing มาใช้จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเพิ่มยอดขาย สร้างความภักดี และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้หากต้องการผู้ช่วยให้ Personalized Marketing ของคุณให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ต่างๆ ของ Zaapi ก็พร้อมตอบโจทย์ธุรกิจคุณ ทั้งฟีเจอร์ติดแท็กอัตโนมัติด้วยคีย์เวิร์ด ฟีเจอร์แชทบอท AI ฟีเจอร์ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ และฟีเจอร์อื่นๆ ต่างถูกพัฒนามาเพื่อช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ ทดลองใช้ระบบรวมแชทบน Zaapi ฟรี 7 วัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ Zaapi
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานฟีเจอร์
สามารถติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง
- LINE OA: @zaapi
- Facebook Page: Zaapi Thailand
- Tel: 096-927-1729
Chat, Sell, Scale - The All-in-One Conversation and Commerce Hub