กลับสู่หน้าบล็อกหลัก
Published
July 1, 2024
5
mins read

Zaapi vs Zendesk: เลือกระบบหลังบ้านที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ !

หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้านค้าและธุรกิจออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือเครื่องมือระบบหลังบ้านที่จะช่วยให้การดูแลลูกค้าและการจัดการทีมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับการเลือกเครื่องมือที่ใช่ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

Zendesk

สำหรับร้านค้าและธุรกิจออนไลน์ในยุคดิจิทัลที่การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด การมีเพียงสินค้าอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะคู่แข่งได้อีกต่อไป พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้ามากขึ้น ซึ่งทำให้ประเด็นด้าน Customer Experience ถูกพูดถึงอย่างมาก

หากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้านค้าและธุรกิจออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือเครื่องมือระบบหลังบ้านที่จะช่วยให้การดูแลลูกค้าและการจัดการทีมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วันนี้เราขอแนะนำเครื่องมือ Martech Tools ที่น่าสนใจจากทั้งฝั่งไทยและต่างประเทศ อย่างระบบรวมแชท Zaapi และ Zendesk พร้อมเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของระบบหลังบ้าน เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถพิจารณาได้ว่าระบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

Zaapi ระบบรวมแชทที่ครอบคลุมทุกช่องทาง บริหารงานง่าย ครบจบบนแพลตฟอร์มเดียว

Zaapi เป็นโซลูชันครบวงจรสำหรับการขายออนไลน์ที่สามารถเชื่อมต่อได้หลายช่องทาง ตั้งแต่ Facebook Page, Instagram, LINE OA, Shopee, Lazada และ TikTok Shop ช่วยให้บริหารทีมได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าลูกค้าจะสอบถามข้อมูลหรือพบปัญหาการใช้งาน ทีมแอดมินสามารถตอบกลับได้ทันทีโดยไม่ต้องล็อกอินข้ามแพลตฟอร์มในการตอบแชท

ด้วย Zaapi ช่วยให้ทีมแอดมินสามารถจัดการการสื่อสารกับลูกค้าจากทุกช่องทางในที่เดียว ทำให้การตอบแชทลูกค้าเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทีมและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Zendesk

Zendesk เครื่องมือช่วยบริการลูกค้าอย่างครบวงจร

Zendesk เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อทุกช่องทางการติดต่อสื่อสารของลูกค้า พร้อมเครื่องมือระบบหลังบ้านที่จำเป็นสำหรับทีมในการบริการลูกค้าทั้งภายนอกและภายในองค์กร ติดตามและบริหารจัดการลูกค้าหรือผู้ใช้งานได้ในที่เดียว สามารถรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทาง เช่น โทรศัพท์, อีเมล, การแชทสด, โซเชียลมีเดีย และอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือและดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นับเป็นระบบที่สนับสนุนการทำงานแบบ Omni-Channel อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ Zendesk ยังเป็นเครื่องมือระบบหลังบ้านจากสหรัฐอเมริกาที่มีพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย และได้รับการรับรองระดับ Premier Partner มีมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลที่สูง รวมถึงผ่านการตรวจสอบแอปพลิเคชัน ระบบ และเครือข่ายความปลอดภัยอย่างครบถ้วน

Zendesk

วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบฟีเจอร์ระบบหลังบ้านหลักที่สำคัญของ Zaapi และ Zendesk เพื่อช่วยให้คุณเห็นข้อแตกต่าง และรู้ว่าระบบไหนเหมาะสำหรับคุณมากที่สุด

1. การจัดการแชท

Zaapi สามารถเชื่อมได้ทั้งบนโซเชียลมีเดีย และอีคอมเมิร์ซตั้งแต่ Facebook Page, Instagram, LINE OA, Shopee, Lazada และ TikTok Shop

โดยราคาแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 450 บาท / เดือน สามารถเชื่อมได้จำนวนทั้งหมด 2 บัญชี และ 1 ผู้ใช้งาน หรือหากต้องการเพิ่มช่องทางจะมีค่าเชื่อมต่ออยู่ที่ 150 บาท / บัญชีหรือผู้ใช้งาน / เดือน

Zendesk สามารถเชื่อมต่อได้เฉพาะช่อทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook, Instagram, LINE OA, Whatsapp และ Twitter

โดยเเพ็กเกจเริ่มต้นที่ 450 บาท / เดือน มีการจำกัดที่ 1 ผู้ใช้งานเหมือกัน และในการเพิ่มช่องทางก็สามารถซื้อเพิ่มได้ในราคา 500-600 ต่อ 1 ช่องทาง ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว

Zendesk

2. การจัดการทีมแอดมิน

Zaapi ได้ออกแบบระบบหลังบ้านที่มีฟีเจอร์เพิ่มแอดมินเพื่อช่วยในการตอบแชท และมอบหมายแชทให้แอดมินแต่ละคนรับผิดชอบในการดูแลลูกค้าแต่ละรายได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ลูกค้า VIP อาจต้องการการดูแลเฉพาะเจาะจงจากแอดมินที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในการดูแลลูกค้าได้ดี

นอกจากนี้ยังสามารถติดแท็กแชทเพื่อให้แอดมินคนอื่นๆ ทราบถึงประเภทของลูกค้า เช่น ลูกค้าใหม่, ลูกค้าพรีออเดอร์, ลูกค้า VIP และอื่นๆ โดยสามารถตั้งและกำหนดขึ้นได้เองความเหมาะสมของธุรกิจ

Zendesk มีเครื่องมือระบบหลังบ้านที่ช่วยในการดูว่าใครเป็นผู้ที่มีหน้าที่บริการลูกค้าเหมือนกัน โดยสามารถเพิ่มชื่อของแอดมินที่ต้องการให้ช่วยติดตามและบริการลูกค้าได้ รวมถึงการติดแท็กลูกค้าได้เช่นกัน หนึ่งสิ่งที่ทำให้ Zendesk แตกต่างในส่วนของการจัดการทีม คือ มีช่องสำหรับใส่ทักษะที่ต้องการเพิ่มเติมในการบริการลูกค้า เพื่อให้แอดมินที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่าสามารถเข้ามาช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย

Zendesk

3. การจัดการออเดอร์

Zaapi สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและดูสถานะคำสั่งซื้อภายในแชทได้ เช่น สถานะการชำระเงิน การจัดส่งสินค้าสำเร็จ หรือการยกเลิกสินค้า ลดความยุ่งยาก ไม่การต้องเปลี่ยนแอปฯ ไปมา ช่วยให้แอดมินทราบข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการซื้อของลูกค้า เช่น สิ่งที่ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการบริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่ครบจบเรื่องการขาย สามรถสร้างคำสั่งซื้อและสรุปรายละเอียดให้ลูกค้าชำระเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็วภายในแชท อีกทั้งยังแชร์ลิงก์สินค้าได้อีกด้วย เมื่อลูกค้าสนใจ อยากสอบถามสินค้าตัวไหนก็เข้าถึงข้อมูลสินค้าและราคาได้ทันที

ในทางตรงกันข้าม Zendesk ยังไม่รองรับฟีเจอร์ส่วนนี้ โดยจะมุ่งเน้นที่การซัพพอร์ตลูกค้าที่ได้ติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางต่างๆ ผ่านทีม Customer Service และอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอย่างเฉพาะบุคคล

Zendesk

4. User Interface

Zendesk

Zaapi ได้ออกแบบ UI ให้มีความเรียบง่าย สีสันสดใส และดูสบายตา เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ต้องการความยุ่งยากซับซ้อนในการใช้งาน ไม่ต้องเสียเวลาเทรนด์ทีมแอดมินก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้เลย

Zendesk

ในขณะที่ Zendesk จะมีความซับซ้อนมากกว่า โดยในการติดตั้งอาจต้องให้เจ้าหน้าที่คอยดูแลและให้การช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงอาจต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้ระบบก่อนที่จะเริ่มต้นใช้งานอย่างเต็มที่

5. Customer support

Zaapi มีคำอธิบายวิธีการใช้งานฟีเจอร์เบื้องต้น และรวบรวมคำถามที่พบบ่อยไว้บนหน้าเว็บไซต์ หากมีข้อสงสัยสามารถค้นหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง หรือติดต่อเจ้าหน้าผ่านทาง

ทาง Zaapi มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการลูกค้าคอยตอบทุกคำถาม และช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาการใช้งานอย่างรวดเร็วทันใจ

Zendesk มีการสร้างหมวดหมู่ให้ลูกค้าสามารถหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง (Self-Service) ใน Help Center โดยไม่ต้องรอสอบถามผ่านเจ้าหน้าที่ ช่วยให้ลูกค้าค้นหาข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หากต้องการติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงอาจใช้ระยะเวลาในการติดต่อสอบถามพอสมควร เนื่องจากส่วนใหญ่ Zendesk จะเน้นให้บริการลูกค้าด้วยระบบอัตโนมัติ

Zendesk

สรุป

ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ระบบหลังบ้านของ Zaapi หรือ Zendesk ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจและความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ลองพิจารณาดูว่าแต่ละระบบมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์กับธุรกิจของคุณ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้อย่างไร สุดท้ายแล้ว หัวใจสำคัญของการบริการลูกค้าในยุคดิจิทัลคือการมอบประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ ทดลองใช้ระบบรวมแชทบน Zaapi ฟรี 7 วัน คลิกเลย

{{cta-button="/cms-injection-content"}}

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ Zaapi

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานฟีเจอร์ สามารถติดต่อเราได้ผ่านช่องทาง

·   LINE OA: @zaapi

·   Facebook Page: Zaapi Thailand

·   Tel: 096-927-1729

Chat, Sell, Scale - The All-in-One Conversation and Commerce Hub

ทดลองใช้ Zaapi ฟรี

ถ้าคุณพร้อมแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์การแชทกับลูกค้าที่ดีกว่า ลงทะเบียนตอนนี้และเริ่มใช้ Zaapi ฟรี
หากยังไม่แน่ใจ จองเวลาสาธิตการใช้งาน 30 นาที เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำการใช้งานระบบต่างๆ
ทั้งระบบอัตโนมัติและแชทบอท เพื่อเข้าใจว่าทำไมบริษัทต่างๆ ทั่วโลกจึงไว้วางใจใช้งาน Zaapi